พฤติกรรมสัตว์กับแผ่นดินไหว

ภัยแผ่นดินไหวนั้น ยังไม่มีมนุษย์คนใดที่สามารถค้นข้อมูลหรือสร้างเทคโนโลยีใดมาทำนายแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้เลยสิ่งเดียวที่ป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตคือการป้องกันตัวเองขณะเกิดแผ่นดินไหวเท่านั้น ทว่าเหล่าสัตว์ต่างๆสามารถรับรู้การเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆได้อย่างเม้นยำ ซึ่งพฤติกรรมสัตว์ที่แสดงออกมานั้นจะมีการแสดงพฤติกรรมออกมาพร้อมกันและเป็นพฤติกรรมที่ประหลาดออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งสัตว์เหล่านี้สามารถรับรู้เหตุการณ์เหล่านี้ได้ล่วงหน้า นักวิทยาศาสตร์ยังอธิบายสาเหตุของพฤติกรรมสัตว์ที่แสดงออกมายังไม่แน่ชัด ซึ่งมีทฤษฎีสันนิฐานว่า สัตว์นั้นมีสัมผัสที่ไวกว่าสัมผัสของมนุษย์มากโดยประสาทสัมผัสของสัตว์นั้นละเอียดอ่อนมากกว่ามนุษย์หลายเท่า มีการบันทึกเหตุพฤติกรรมสัตว์มานานนับศตวรรษแล้วที่ทำนายถึงแผ่นดินไหว และคลื่นสึนามิล่วงหน้าได้ เช่น เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ ปี 2004 มีการระบุว่าก่อนเกิดเหตุหนึ่งวัน ฝูงนกบริเวณเกาะสุมาตราพากันบินหลบหนีเป็นฝูงอย่างน่าแปลกและก่อนเกิดคลื่นสึนามิ 1 ชั่วโมงในไทย เหล่าช้างเลี้ยงได้แสดงพฤติกรรมออกมาเช่น ร้องเสียงดังและหลบหนีออกจากฝั่ง รวมถึงมีเหตุวาฬบูลด้าเกยหาดทางชายฝั่งอ่าวไทยก่อนเกิดสึนามิเพียง 2 วัน

ในปี พ.ศ. 2538 ก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ได้มีเหล่าสุนัขเห่าหอนเป็นเวลานานในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนแผ่นดินไหว, แผ่นดินไหวที่ เมืองตังฉาน ประเทศจีน ปี พ.ศ. 2519 มีรายงานว่าก่อนเกิดแผ่นดินไหวเพียง 2 ชั่วโมง หมีแพนด้าร้องโหยหวนและเอามือกุมหัว ต่อมาเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 7.8 และมีผู้เสียชีวิตถึง 240,000 ราย นอกเหนือจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแล้วยังมีรายงานเกี่ยวกับสัตว์เลื้อยคลานที่แสดงพฤติกรรมประหลาด เช่น ฤดูหนาวในปี 1855 ก่อนเกิดแผ่นดินไหวแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มีรายงานว่า งู, ตะขาบ, กิ้งกือ เลื้อยออกมาแข็งตายจำนวนมาก นั่นทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสัตว์รับรู้ได้ถึงพลังงานของแผ่นดินไหวล่วงหน้าได้ชัดเจนมาก

แสงประหลาดขณะเกิดแผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวยังเป็นภัยธรรมชาติที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถทำนายล่วงหน้าได้เลย ไม่มีใครรู้ถึงว่าจะเกิดแผ่นดินไหวเมื่อใดซึ่งข้อมูลจากการเกิดแผ่นดินไหวนั้นรู้เพียงว่าเกิดการการปรับสมดุลของแผ่นเปลือกโลกที่เคลื่อนที่ตลอดเวลาทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนตามมา ทั้งนี้ระหว่างเกิดแผ่นดินไหวก็จะมีปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่หาชมยากคือ แสงประหลาดที่เกิดขึ้นขณะแผ่นดินไหว แสงดังกล่าวจะมีลักษณะคล้ายกับแสงจากฟ้าแล็บหรือแม้แต่แสงที่มีลักษณะคล้ายกับรุ้งกินน้ำหรือแสงออโรร่า แสงเหล่านี้นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า แสงแผ่นดินไหว จะเกิดขึ้นระหว่างการเกิดแผ่นดินไหว หรือ ก่อนเกิดแผ่นดินไหว แสงประหลาดนี้นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถหาคำอธิบายถึงสาเหตุการเกิดได้ มีการเสนอทฤษฎีหลายอย่างที่กล่าวถึงแสงประหลาดที่เกิดขึ้นระหว่างการเกิดแผ่นดินไหวทั้งทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์รวมไปถึงทฤษฎีสบทบคิดของรัฐบาลในประเทศมหาอำนาจที่มีการกล่าวอ้างว่ากล่าวกับการทดลองบางอย่าง ซึ่งนั่นอาจจะดูไกลตัวไป สำหรับทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มีการหยิบเอาข้อมูลต่างๆมาพูดถึลแสงแผ่นดินไหว เช่น เกิดจากสนามไฟฟ้าเข้มจากเพียโซอิเล็กทริก ซึ่งสนามไฟฟ้านี้ทำการเสียดสีและแรงเครียดที่ปล่อยออกมาจากเปลือกโลกและทำให้เกิดการเรืองแสง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการหยิบยกเอาทฤษฎีอย่าง UFO มาใช้มาแล้ว แม้ว่าทฤษฎีทั้งในวิทยาศาสตร์, ทฤษฎีการสมทบคิด หรือแม้แต่ทฤษฎีเกี่ยกับ UFO ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าแสงแผ่นดินไหวเกิดขึ้นจากอะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร นอกจากแสงแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นนั้นยังมีทฤษฎีของพฤติกรรมสัตว์ต่างๆที่มักแสดงพฤติกรรมประหลาดก่อนการเกิดแผ่นดินไหว และภัยพิบัติอื่นๆ ซึ่งตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ยังงงว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

แผ่นดินไหวที่ลิสบอน ปี 2298

เป็นเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย เป็นเหตุการณ์ภัยพิบัติที่น่ากลัวมากที่สุดที่ทำให้ผู้ทั่วโลกได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตมานับไม่ถ้วนแล้ว พร้อมกับเหล่าประชาชนจะต้องสูญเสียทรัพย์สินอันมีค่าอีกด้วย แน่นอนว่า การเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ที่เกิดได้ทุกที่ทั่วโลกไม่เว้นแต่ประเทศในยุโรปก็สามารถเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ในอดีตที่ผ่านมา แผ่นดินไหวที่ลิสบอน พ.ศ. 2298 หรือรู้จักกันในชื่อ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ลิสบอน เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้สูญเสียไปอย่างมหาศาลเลยทีเดียว เหตุการณ์นี้ได้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2298 หรือ ค.ศ. 1755 เวลาประมาณ 9.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงและก็ได้เกิดอัคคีภัยและคลื่นสึนามิตามมา ซึ่งภัยธรรมชาติชนิดนี้ได้ทำลายกรุงลิสบอนและบริเวณใกล้เคียงลงเกือบสิ้นเชิง นักวิทยาแผ่นดินไหวปัจจุบันได้ทำการประเมินว่าแผ่นดินไหวลิสบอนคราวนี้มีขนาดประมาณ 8.5-9.0 ตามมาตราขนาดโมเมนต์โดยมีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกห่างจากแหลมเซนต์วินเซนต์ไปทางตะวันตก-ตะวันตกเฉียงใต้ราว 200 กิโลเมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิตเฉพาะในกรุงลิสบอนอยู่ระหว่าง 10,000 ถึง 100,000 คน จึงนับเป็นหนึ่งในแผ่นดินไหวครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แผ่นดินไหวดังกล่าวก็ได้มีเรื่องราวของความตึงเครียดทางการเมืองในโปรตุเกส เหตุการณ์ดังกล่าวถูกอภิปรายและพูดเขียนอธิบายอย่างกว้างขวางโดยนักปรัชญายุโรปยุคเรืองปัญญา และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่พัฒนาการสำคัญในเทวยุติธรรม (theodicy) และในปรัชญาแห่งสุนทรียปรัชญา (sublime) เนื่องจากเป็นแผ่นดินไหวครั้งแรกที่มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ถึงผลกระทบต่อพื้นที่อันกว้างใหญ่ จึงได้นำไปสู่การกำเนิดของวิทยาแผ่นดินไหวสมัยใหม่ และวิศวกรรมแผ่นดินไหว เรี่องราวของการแผ่นดินไหวในทวีปยุโรปที่มีความรุนแรงเหลือเกิน ณ ที่หนึ่งบนแผ่นดินในทวีปยุโรป

แผ่นดินไหว ที่ประเทศจีน มณฑลยูนนาน

แผ่นดินไหวในมณฑลยูนนาน พ.ศ. 2554 เป็นแผ่นดินไหวขนาด 5.4 แมกนิจูดซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.58 น. ตามเวลามาตรฐานจีน ของวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2554 โดยมีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ในหยิงเจียง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ใกล้กับพรมแดนพม่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 คน และอีก 250 คนได้รับบาดเจ็บ โดยมีจำนวนนี้มีอาการสาหัสจำนวน 134 คน สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่ามีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นถึงเจ็ดครั้ง โดยมีความรุนแรงสูงสุด 4.7 แมกนิจูดหลังจากแผ่นดินไหวครั้งแรก ซึ่งทำให้ประชาชนกว่า 127,000 คนถูกอพยพไปยังศูนย์อพยพใกล้เคียง ก่อนหน้าแผ่นดินไหวครั้งดังกล่าวนับสองเดือน ได้มีการสั่นสะเทือนเล็กน้อยมากกว่า 1,000 ครั้งศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากใจกลางอำเภอไปสองกิโลเมตร ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 270,000 คน และเป็นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยในจีนหลายชาติพันธุ์สำนักข่าวของทางการได้รายงานว่ามีบ้านเรือนและอพาร์ตเมนต์อย่างน้อย 1,200 หลังถูกทำลายและอีกราว 17,500 หลังได้รับความเสียหายอย่างหนักพื้นที่โดยรอบยังได้รับผลกระทบจากการที่กระแสไฟฟ้าถูกตัดขาดซึ่งเกิดจากแผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกหลายครั้งจนถึงปัจจุบันยังไม่ทราบความเสียหายในพม่าถึงแม้ว่าระบบโทรคมนาคมจะกลับมาใช้ได้อีกครั้งหลังจากแผ่นดินไหว หลังจากนั้นก็ยังมีแผ่นดินไหวอีกหลายครั้งที่มณฑลยูนนานล่าสุด วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557 มีรายงานเหตุแผ่นดินไหว 5.8 แมกนิจูด ลึก 10 กม. ที่มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 322 กม. เมื่อเวลาประมาณ 20.49 น. ขณะที่สำนักงานตรวจวัดแผ่นดินไหวแห่งชาติของจีนเผยว่า วัดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ 6.6 แมกนิจูด และอยู่ลึกเพียง 5 กม. จากนั้นก็มีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีก 8 ครั้ง โดยครั้งที่แรงที่สุดวัดได้ 4.2 แมกนิจูด ทั้งนี้ ศูนย์ติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวมณฑลยูนนานรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้แล้ว 1 ราย บาดเจ็บอีก 28 ราย

 

แผ่นดินไหว ภาคกลางของ ประเทศอิตาลี

เกิดแผ่นดินไหวขนาดความรุนแรง 6.2ตามมาตราขนาดโมเมนต์ในภาคกลางของประเทศอิตาลีใกล้เมืองนอร์ชา บริเวณรอยต่อระหว่างแคว้นอุมเบรีย, ลาซีโอ และมาร์เก ห่างจากเมืองเปรูจาไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 75 กิโลเมตรส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 292 ราย และมีผู้สูญหายอีกจำนวนมากหลังจากแผ่นดินไหวครั้งแรก ได้เกิดแผ่นดินไหวตามอย่างรุนแรงอย่างน้อย 40 ครั้งในเบื้องต้น สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกาได้รายงานว่า แผ่นดินไหวหลักมีศูนย์เกิดลึกลงไป 10.0 กิโลเมตร วัดขนาดความรุนแรงได้ 6.4ต่อมาปรับเหลือ 6.2 ในขณะที่ศูนย์วิทยาแผ่นดินไหวยุโรป-เมดิเตอร์เรเนียนวัดขนาดความรุนแรงได้ 6.1และสถาบันธรณีฟิสิกส์และวิทยาภูเขาไฟแห่งชาติอิตาลีขนาดความรุนแรงได้ 6.0รายงานในช่วงแรกระบุถึงความเสียหายอย่างรุนแรงในเมืองอามาตรีเช ใกล้จุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหว รวมทั้งในเมืองอัคคูโมลีและอาร์ควาตาเดลตรอนโต แซร์โจ ปีรอซโซ นายกเทศมนตรีเมืองอามาตรีเชกล่าวว่า ที่นี่ไม่มีอามาตรีเชอีกแล้ว ครึ่งหนึ่งของเมืองถูกทำลายหมด ภาพถ่ายความเสียหายแสดงให้เห็นกองซากปรักหักพังขนาดใหญ่ในใจกลางเมือง โดยเหลือสิ่งปลูกสร้างไม่กี่แห่งที่ยังตั้งมั่นอยู่ได้ในพื้นที่รอบนอก แรงสั่นสะเทือนและแผ่นดินไหวตามอีกหลายระลอกสามารถรู้สึกได้ทั่วพื้นที่ส่วนใหญ่ในภาคกลางของอิตาลี ซึ่งรวมถึงโรม, เนเปิลส์ และฟลอเรนซ์นอกจากความเสียหายแก่ชีวิตแล้ว แผ่นดินไหวครั้งนี้ยังสร้างความเสียหายแก่มรดกทางวัฒนธรรมเป็นวงกว้าง ในเมืองอามาตรีเช ด้านหน้าและหน้าต่างกลมของโบสถ์ซานตากอสตีโนพังทลาย ส่วนในกรุงโรม แรงสั่นสะเทือนยังก่อให้เกิดรอยร้าวในโรงอาบน้ำการากัลลาสมัยโรมันด้วย

แผ่นดิน ไหวใน ประเทศเนปาล

แผ่นดินไหวในประเทศเนปาล พ.ศ. 2558 เกิดเมื่อเวลา 11:56 น. ตามเวลามาตรฐานเนปาล ในวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2558 วัดขนาดได้ 7.8 ตามมาตราโมเมนต์ และวัดความรุนแรงได้ ระดับ 9 ตามมาตราเมร์กัลลี โดยมี epicenter หรือ จุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองลัมชุง ประเทศเนปาล ไปทางตะวันออก-ตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 34 กิโลเมตร และศูนย์เกิดแผ่นดินไหวอยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 15 กิโลเมตร นับเป็นแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดของประเทศเนปาลนับแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเนปาล–รัฐพิหาร พ.ศ. 2477 จนถึงวันที่ 27 เมษายน มีรายงานผู้ต้องอุบัติเหตุในประเทศเนปาลและพื้นที่ใกล้เคียงของประเทศอินเดีย, จีน และบังกลาเทศ

แผ่นดินไหวนี้ยังทำให้เกิดหิมะถล่มบนยอดเขาเอเวอร์เรสต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย ยอดผู้เสียชีวิตเกินเหตุการณ์หิมะถล่มที่ยอดเขาเอเวอเรสต์ พ.ศ. 2557 ทำให้เป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดบนเขาดังกล่าว อาคารเก่าแก่หลายศตวรรษที่แหล่งมรดกโลกของยูเนสโกในหุบเขากาฐมาณฑุถูกทำลาย รวมทั้งบางส่วนของจัตุรัสกาฐมาณฑุดูร์บาร์

แผ่นดินไหวใหญ่ครั้งที่สอง เกิดขึ้นในวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ที่เวลา 12:35 น. ที่ระดับความแรง 7.3 แมกนิจูด โดยศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ใกล้ชายแดนจีน ระหว่างกาฐมาณฑุกับภูเขาเอเวอเรสต์มีรายงานการเสียชีวิตที่บริเวณยอดเขาเอเวอเรสต์ ซึ่งรวมผู้บริหารระดับสูงแห่งบริษัทกูเกิล และผู้ช่วยแพทย์หญิงสัญชาติไทย-อเมริกันนอกจากนี้ยังทำให้โบราณหลายแห่งซึ่งบางส่วนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกถูกทำลายเสียหายยับเยิน อาทิเช่น ธาราฮารา หอคอยเก่าแก่ที่สูงที่สุดในเนปาล สถูปปูธานารถ เทวสถานสำคัญทางพุทธศาสนาในเนปาล สถูปเจดีย์เก่าแก่ ภายในจัตุรัสกาฐมาณฑุดูร์บาร์ เป็นต้น

แผ่นดิน ไหว ในประเทศไต้หวัน

แผ่นดินไหวในประเทศไต้หวัน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 03:57 น. ตามเวลาในประเทศไต้หวัน จุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหวอยู่ระหว่างเขตเทศบาลพิเศษเกาสฺยงและเทศมณฑลผิงตง ทางตอนใต้ของประเทศไต้หวัน ห่างจากเมืองผิงตง เกาสฺยง และไถหนัน ราว 28 กิโลเมตร 46 กิโลเมตรและ 48 กิโลเมตรตามลำดับ หน่วยงานธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกา  วัดขนาดของแผ่นดินไหวได้ 6.4 ตามมาตราขนาดโมเมนต์ ศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 23 กิโลเมตร แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นทะเลฟิลิปปินส์กับแผ่นยูเรเชีย ถือว่าเป็นพื้นที่หนึ่งที่แผ่นธรณีภาคมีความไม่มั่นคงและมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวระดับรุนแรงได้ แผ่นดินไหวทำให้เกิดความเสียหายในพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะในเมืองไถหนันซึ่งมีอาคารหลายแห่งพังถล่ม มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 116 คน บาดเจ็บ 550 คนแผ่นดินไหวตามขนาดแรงที่สุดวัดได้ 4.9 Mw เป็นแผ่นดินไหวตามครั้งแรกและเกิดขึ้นหลังแผ่นดินไหวหลักเพียง 3 นาที จนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์สามารถตรวจวัดแผ่นดินไหวตามได้ทั้งสิ้น 68 ครั้งผลจากแผ่นดินไหวทำให้เกิดความเสียหายในพื้นที่โดยรอบศูนย์กลาง โดยเฉพาะในเมืองไถหนันซึ่งมีอาคารหลายแห่งรวมทั้งอาคารที่พักอาศัยพังถล่ม ทำให้มีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังจำนวนมาก ทั้งนี้ต่อมาหน่วยกู้ภัยได้ช่วยเหลือจนสามารถออกมาได้ 327 คน มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 116 คนและบาดเจ็บ 550 คน สิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ของเมืองอย่างน้อย 23 แห่งได้รับความเสียหายมีรายงานว่าหลังเหตุแผ่นดินไหวบ้านเรือนกว่า 168,000 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยภายหลังสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ครัวเรือนส่วนใหญ่ได้ตามปกติ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าบ้านเรือนราว 400,000 หลังไม่มีน้ำประปาใช้ ระบบรถไฟความเร็วสูงของไต้หวันช่วงสถานีไถจงและสถานีจั้วหยิงในเกาสฺยง ได้หยุดให้บริการตั้งแต่วันเสาร์เนื่องจากระบบจ่ายไฟฟ้าและระบบรางช่วงเมืองไถหนันเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ซึ่งต่อมาในวันเดียวกันได้เปิดให้บริการแล้วเป็นบางช่วง

แผ่นดินไหว เกิดขึ้นอย่างไร

แผ่นดินไหว เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงมาก เมื่อมันเกิดขึ้นก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล แผ่นดินไหวคือการสั่นสะเทือนของพื้นดิน เกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกซึ่งรุนแรงมากน้อย ตามการเคลื่อนตัวและแรงเสียดทาน แผ่นดินไหวมักเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาซึ่งเป็นการปรับสมดุลของเปลือกโลก บางครั้งเราอาจไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน นักธรณีวิทยาเชื่อว่าแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบนโลกเราวันละ 1,000 ครั้ง แต่เป็นการสั่นไหวขนาดเล็กซึ่งเราแทบไม่รู้สึกเลย

แผ่นดินไหวมักเกิดขึ้นตามแนวรอยเลื่อนขนาดใหญ่ของเปลือกโลก ซึ่งมีมากในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งเป็นจุดที่เรียกว่า วงแหวนแห่งไฟ มักเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้งและขนาดความรุนแรงตั้งแต่ ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่การเคลื่อนตัวของชั้นหินขนาดใหญ่และมีการเสียดสีแตกหักและการโอนถ่ายพลังงานมหาศาล ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวนั้นมักเกิดขึ้นใต้จุดเปลือกโลกลึกลงไปหลายกิโลเมตร แผ่นดินไหวเกิดขึ้นได้ทั้งบนพื้นดินและใต้ทะเล ซึ่งการเกิดขึ้นใต้ทะเลก่อให้เกิดคลื่นสึนามิได้

แผ่นดินไหวเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่นักธรณีวิทยายังไม่สามารถทำนายการเกิดได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดได้ยากและไม่สามารถคำนวณได้เลยว่าแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อใด ซึ่งภายใต้โลกของเราเป็นชั้นของความร้อนและลาวาจำนวนมาก ความร้อนที่สะสมอยู่ใต้โลกนั้นในบริเวณใดบริเวณหนึ่งตามจุดรอยเลื่อนนั้นอาจมีการสะสมพลังงานใต้พื้นโลก ที่เรียกว่าความเครียด เมื่อความร้อนสะสมมากขึ้นก็จะถูกปลดปล่อยออกมา การวัดแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวโดยเริ่มแรกถูกตั้งชื่อการวัดแบบโมเมนต์ ซึ่งถูกปรับระดับเป็นตัวเลข ต่อมาจึงวัดระดับเป็นมาตราริกเตอร์ แต่มาตรานี้เป็นมาตราท้องถิ่นจึงมีการตั้งมาตราแบบสากลว่า แมกนิจูด ในปัจจุบัน

 

 

 

ผลกระทบของแผ่นดินไหวและความเชื่อ

แผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกเพื่อปรับสมดุลของแผ่นเปลือกโลกให้คงที่ ซึ่งเกิดจากการปลดปล่อยพลังงานใต้โลก ซึ่งรุนแรงมากหรือน้อยตามการสะสมของพลังงานความร้อน บริเวณรอยต่อของเปลือกโลก ซึ่งเป็นบริเวณแนวรอยเลื่อนที่มีพลังมากที่สุด แผ่นดินไหวส่วนใหญ่เกิดขึ้นมากในญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่มีแผ่นดินไหวมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่แนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกพอดี

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากธรณีภาคใต้เปลือกโลก เมื่อเกิดแผ่นดินไหวจะส่งผลกระทบมากเมื่อมันเกิดขึ้น โดยแผ่นดินไหวที่เกิดนั้นจะรุนแรงมากน้อยตามแรงเค้นของเปลือกโลกหากเกิดขึ้นอย่างรุนแรงจะส่งกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างต่างๆทำให้เกิดการถล่มของภูเขา รวมถึงผลกระทบทางอ้อมที่เกิดขึ้น การเกิดแผ่นดินไหวใกล้กับภูเขาไฟ อาจทำให้ภูเขาไฟระเบิดได้  อีกทั้งหากเกิดในจุดที่มีภูเขาสูงชันก็คงเกิดการถล่มของแผ่นดินขนาดใหญ่ทับบ้านเรือนได้ หรือหากเกิดขึ้นใต้ทะเลก็อาจก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ซัดถล่มตามแนวชายฝั่ง ยิ่งทำเกิดความเสียหายมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีการสร้างตึกระฟ้าและมีโครงสร้างเหล็กกล้าที่แข็งแรง ยืดหยุ่นต่อการเกิดแผ่นดินไหว

ในสมัยโบราณมีความเชื่อถึงการเกิดแผ่นดินไหวมากมาย เช่น คนญี่ปุ่นเชื่อว่าแผ่นดินไหวเกิดจากปลาดุกยักษ์ที่อาศัยอยู่ใต้ดิน เมื่อมันเคลื่อนตัวก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว หรือ ชาวโรมันเชื่อว่าแผ่นดินไหวใต้ทะเลเกิดขึ้นเพราะเทพโพไซดอนกระทืบเท้าลงท้องทะเล ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนและคลื่นสึนามิ และความเชื่ออีกอย่างคือ เทพวัลแคนซึ่งเป็นช่างตีเหล็กได้ตีเหล็กและเกิดแรงสั่นสะเทือนมหาศาลและไฟที่เกิดจากการตีก็ทำให้เกิดภูเขาไฟระเบิดด้วย

เดอะบิ๊กวัน หรือ รอยเลื่อนซานแอนเดรส

บนโลกมีรอยเลื่อนที่มีพลังอยู่มากมาย ซึ่งรอยเลื่อนนั้นจะมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงซึ่งรอยเลื่อนดังกล่าวกระจายอยู่มากในพื้นที่ต่างๆทั่วโลก โดยเฉพาะตามแนวรอยเลื่อนรอบมหาสมุทรแปซิฟิก มีรอยเลื่อนที่มีชื่อเสียงมากบนโลก และหนึ่งในนั้นคือ รอยเลื่อนซานแอนเดรส (San Andreas Fault) รอยเลื่อนขนาดใหญ่ที่มีพลังมากและมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในอนาคต

รอยเลื่อนซานแอนเดรส (San Andreas Fault) หรือ เดอะบิ๊กวัน เป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่และยังมีพลังมากตั้งอยู่บริเวณตะวันตกของสหรัฐอเมริกา พาดผ่านรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีใหญ่ต่างๆ เช่น ลองแองเจอลิส, ซานฟรานซิสโก, ซานดิเอโก รอยเลื่อนซานแอนเดรสเป็นรอยเลื่อนที่ค้นพบโดย ศาสตราจารย์แอดรูว์ ลอว์สัน นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ในปี ค.ศ. 1895 รอยเลื่อนนี้พาดผ่านด้วยความยาว 1,300 กิโลเมตร รอยเลื่อนซานแอนเดรส เกิดขึ้นโดยแผ่นเปลือกโลกแปซิฟิกและแผ่นเปลือกโลกอเมริกาเหนือชนกันและมีการเคลื่อนที่สวนทางกัน ซึ่งการเกิดแผ่นดินไหวตามรอยเลื่อนซานแอนเดรสจะเป็นแผ่นดินไหวแบบแนวราบ ซึ่งเกิดแผ่นดินไหวนี้เกิดขึ้นทุกวันซึ่งในระดับ 0 – 2 แมกนิจูดซึ่งอยู่ในระดับเบามากจนไม่รู้สึก

ซานแอนเดรส หรือ เดอะบิ๊กวัน เคยเกิดการสั่นสะเทือนรุนแรงในอดีตหลายครั้ง อย่างเช่น การเกิดแผ่นดินไหวในเมือง ซานฟรานซิสโก เมื่อวันที่ 18 เมษายน ปี 1906 ซึ่งรอยเลื่อนซานแอนเดรสพาดในจุดใต้ทะเลพอดี แผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูดในช่วงเช้าทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากในเมืองและเกิดเพลิงไหม้ครั้งรุนแรงที่สุดของเมือง โชคที่แผ่นดินไหวเกิดในแนวราบทำให้ไม่มีการเกิดสึนามิ