แผ่นดินไหว เกิดขึ้นอย่างไร

แผ่นดินไหว เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงมาก เมื่อมันเกิดขึ้นก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล แผ่นดินไหวคือการสั่นสะเทือนของพื้นดิน เกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกซึ่งรุนแรงมากน้อย ตามการเคลื่อนตัวและแรงเสียดทาน แผ่นดินไหวมักเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาซึ่งเป็นการปรับสมดุลของเปลือกโลก บางครั้งเราอาจไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน นักธรณีวิทยาเชื่อว่าแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบนโลกเราวันละ 1,000 ครั้ง แต่เป็นการสั่นไหวขนาดเล็กซึ่งเราแทบไม่รู้สึกเลย

แผ่นดินไหวมักเกิดขึ้นตามแนวรอยเลื่อนขนาดใหญ่ของเปลือกโลก ซึ่งมีมากในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งเป็นจุดที่เรียกว่า วงแหวนแห่งไฟ มักเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้งและขนาดความรุนแรงตั้งแต่ ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่การเคลื่อนตัวของชั้นหินขนาดใหญ่และมีการเสียดสีแตกหักและการโอนถ่ายพลังงานมหาศาล ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวนั้นมักเกิดขึ้นใต้จุดเปลือกโลกลึกลงไปหลายกิโลเมตร แผ่นดินไหวเกิดขึ้นได้ทั้งบนพื้นดินและใต้ทะเล ซึ่งการเกิดขึ้นใต้ทะเลก่อให้เกิดคลื่นสึนามิได้

แผ่นดินไหวเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่นักธรณีวิทยายังไม่สามารถทำนายการเกิดได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดได้ยากและไม่สามารถคำนวณได้เลยว่าแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อใด ซึ่งภายใต้โลกของเราเป็นชั้นของความร้อนและลาวาจำนวนมาก ความร้อนที่สะสมอยู่ใต้โลกนั้นในบริเวณใดบริเวณหนึ่งตามจุดรอยเลื่อนนั้นอาจมีการสะสมพลังงานใต้พื้นโลก ที่เรียกว่าความเครียด เมื่อความร้อนสะสมมากขึ้นก็จะถูกปลดปล่อยออกมา การวัดแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวโดยเริ่มแรกถูกตั้งชื่อการวัดแบบโมเมนต์ ซึ่งถูกปรับระดับเป็นตัวเลข ต่อมาจึงวัดระดับเป็นมาตราริกเตอร์ แต่มาตรานี้เป็นมาตราท้องถิ่นจึงมีการตั้งมาตราแบบสากลว่า แมกนิจูด ในปัจจุบัน

 

 

 

ผลกระทบของแผ่นดินไหวและความเชื่อ

แผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกเพื่อปรับสมดุลของแผ่นเปลือกโลกให้คงที่ ซึ่งเกิดจากการปลดปล่อยพลังงานใต้โลก ซึ่งรุนแรงมากหรือน้อยตามการสะสมของพลังงานความร้อน บริเวณรอยต่อของเปลือกโลก ซึ่งเป็นบริเวณแนวรอยเลื่อนที่มีพลังมากที่สุด แผ่นดินไหวส่วนใหญ่เกิดขึ้นมากในญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่มีแผ่นดินไหวมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่แนวรอยเลื่อนของเปลือกโลกพอดี

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากธรณีภาคใต้เปลือกโลก เมื่อเกิดแผ่นดินไหวจะส่งผลกระทบมากเมื่อมันเกิดขึ้น โดยแผ่นดินไหวที่เกิดนั้นจะรุนแรงมากน้อยตามแรงเค้นของเปลือกโลกหากเกิดขึ้นอย่างรุนแรงจะส่งกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างต่างๆทำให้เกิดการถล่มของภูเขา รวมถึงผลกระทบทางอ้อมที่เกิดขึ้น การเกิดแผ่นดินไหวใกล้กับภูเขาไฟ อาจทำให้ภูเขาไฟระเบิดได้  อีกทั้งหากเกิดในจุดที่มีภูเขาสูงชันก็คงเกิดการถล่มของแผ่นดินขนาดใหญ่ทับบ้านเรือนได้ หรือหากเกิดขึ้นใต้ทะเลก็อาจก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ซัดถล่มตามแนวชายฝั่ง ยิ่งทำเกิดความเสียหายมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีการสร้างตึกระฟ้าและมีโครงสร้างเหล็กกล้าที่แข็งแรง ยืดหยุ่นต่อการเกิดแผ่นดินไหว

ในสมัยโบราณมีความเชื่อถึงการเกิดแผ่นดินไหวมากมาย เช่น คนญี่ปุ่นเชื่อว่าแผ่นดินไหวเกิดจากปลาดุกยักษ์ที่อาศัยอยู่ใต้ดิน เมื่อมันเคลื่อนตัวก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหว หรือ ชาวโรมันเชื่อว่าแผ่นดินไหวใต้ทะเลเกิดขึ้นเพราะเทพโพไซดอนกระทืบเท้าลงท้องทะเล ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนและคลื่นสึนามิ และความเชื่ออีกอย่างคือ เทพวัลแคนซึ่งเป็นช่างตีเหล็กได้ตีเหล็กและเกิดแรงสั่นสะเทือนมหาศาลและไฟที่เกิดจากการตีก็ทำให้เกิดภูเขาไฟระเบิดด้วย

แผ่นดินไหวที่จังหวัดเชียงราย ปี 2557

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทั่วโลกมีความรุนแรงที่แตกต่างกันไปตามความรุนแรงของพลังงานใต้เปลือกโลก แม้แต่ในประเทศไทยซึ่งมีแนวรอยเลื่อนที่ยังมีพลังอยู่ แม้ว่าจะไม่ใช่รอยเลื่อนใหญ่แต่รอยเลื่อนในไทยก่อให้เกิดความเสียหายได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น เมื่อปี พ.ศ. 2557 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงมีจุดศูนย์กลางอยู่ในประเทศไทยบริเวณจังหวัดเชียงราย ทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก

แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อเวลา 18.08 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นซึ่งจุดศูนย์กลางอยู่ที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 ต่อมาสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ได้สรุปจุดรายงานของแผ่นดินไหวใหม่ว่า จุดศูนย์กลางอยู่ที่ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย แผ่นดินไหวครั้งนี้นับว่าเป็นแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงมากที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยวัดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 6.3 แมกนิจูด ความลึก 7 กิโลเมตร แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนพะเยา อีกทั้งยังเป็นแผ่นดินไหวในระดับตื้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบอย่างมาก แผ่นดินไหวมีความรุนแรงยังรู้สึกไปไกลถึง ตัวเมืองเชียงใหม่ ลำปาง รวมถึงตึกสูงในกรุงเทพ ได้รับรู้แรงสะเทือน โดยเฉพาะในตัวเมืองเชียงรายซึ่ง ท่าอากาศยานเชียงรายได้รับผลกระทบอย่างหนักแต่มีรายงานว่า รันเวย์และสนามบินไม่ได้รับความเสียหาย

อีกทั้งโบราณสถาน โดยเฉพาะวัดต่างๆในเชียงรายได้รับความเสียหายอย่างหนัก ในวัดอุดมวารีมีพระรูปรูปองค์เกิดความเสียหายมาก รวมถึงวัดร่องขุ่น ที่โดยแรงสั่นสะเทือนทำให้เกิดความเสียหายต่อสถาปัตยกรรมของวัด ซึ่งต้องใช้เวลาปรับปรุงนานถึง 2 ปี นอกจากนี้ทางหลวงต่างๆได้รับความเสียหายหนัก เกิดรอยแตกใหญ่รวมถึงบ้านเรือนประชาชนทำได้ความเสียหาย นับว่าเป็นแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงอีกเหตุการณ์หนึ่งของไทย